บทที่ 13 บทที่ 12 อยากแสดงตัว

บทที่ 12 อยากแสดงตัว

ร่างบอบบางที่แทบจะปลิวลมเดินนำหน้าชายหนุ่มออกจากห้องพักสุดหรูโดยทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายเดินนำ แต่ตอนนี้มันกลับกันแล้ว เธอจะต้องเดินนำและเขาจะเป็นฝ่ายเดินตาม

“วันนี้คุณกันต์ไปก่อนเลยนะคะ ริษาจะขับรถไปเอง”

“ไม่ได้ ไปพร้อมกัน วันนี้ผมเลิกดึกและคุณต้องอยู่รอ”

“แต่ริษา...”

“ถ้าคุณดื้อคุณจะโดนอะไร?”

อริษาเม้มริมฝีปากก่อนจะถอยหลังหนีร่างสูงที่เดินเข้ามาหาเธอในท่าทีคุกคาม มือหนาสอดเข้าใต้แผ่นหลังและดึงร่างเล็กมาโอบกอดไว้

“วันนี้ผมฉีดน้ำหอมที่คุณชอบด้วย ดมสิหอมไหม” หญิงสาวได้กลิ่นตั้งแต่ที่อยู่ในห้องแล้ว แต่พอมาได้กลิ่นชัด ๆ ตอนนี้ยิ่งหอมไปกันใหญ่จนเธออดที่จะสูดดมเข้าไปแรง ๆ ไม่ได้

“หอมค่ะ” กุณณกันต์ยิ้มกริ่มก่อนจะกดปลายจมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่นเช่นกัน

“กลางวันนี้ไม่ต้องลงไปทานข้าวข้างล่างนะ พนักงานเยอะผมกลัวคุณจะเป็นลม”

“ก็ได้ค่ะ ริษาจะทานอยู่ที่โต๊ะ”

“ผมจองร้านอาหารไว้แล้วสักสิบเอ็ดโมงเราก็ออกกันเลย” อริษามองคนที่จูงมือเธอไปยังลานจอดรถก่อนที่เราจะขับรถออกมาและตรงไปที่ทำงานอย่างเช่นทุกวัน

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่เธอย้ายไปอยู่กับกุณณกันต์ในฐานะภรรยาและแม่ของลูก ในตอนแรกก็ไม่ยอม แต่ชายหนุ่มหัวหมอไปบอกพ่อของเธอและรับท่านมาเยี่ยมที่กรุงเทพ จริง ๆ คือรับมาเกลี้ยกล่อมเธอนั่นแหละและสุดท้ายอริษาก็ต้องจำยอม ยอมอยู่กับเขาในฐานะสามี-ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แต่การจำยอมของเธอไม่มีความอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อย เราอยู่กันเหมือนเดิมแบบตอนที่เป็นเจ้านายลูกน้อง แต่ที่เพิ่มมากขึ้นคือความสนิทสนมและความคุ้นชินที่มีกันและกันจนคนภายนอกสังเกตเห็นได้ง่ายและเราก็ตกอยู่ในหัวข้อการสนทนาอีกครั้งเมื่อครรภ์อริษาเข้าสู่เดือนที่สี่อย่างสมบูรณ์

ถามว่าอริษาแคร์คนเหล่านี้ไหม แน่นอนว่าไม่แคร์หรอก ไม่สนใจ ไม่ให้ค่า และไม่เคยลงมาเกลือกกลั้วก็ว่าได้ เธออยู่จุดไหนหญิงสาวรู้ตัวดี คำว่าเย่อหยิ่งไม่ได้มาเพราะจับฉลากมา ‘ยัยเลขาหน้าหยิ่ง’ ไม่ใช่แค่หน้าแค่รวมไปถึงนิสัยเธอด้วยต่างหาก!

“ชั้นยี่สิบด้วยค่ะ” อริษายังใช้ชีวิตปกติ และไม่ได้ใช้แค่ลิฟต์ผู้บริหารอย่างที่ควรจะเป็น เธอผัดมาใช้ลิฟต์พนักงานและนั่นคือข้อดีที่กุณณกันต์ถูกใจเธอมากขึ้น

อริษาของเขาไม่เคยกลัวใคร หากใครสงสัยในตัวเธอ วันรุ่งขึ้นอริษาจะไปโผล่ที่แผนกนั้นและเดินโฉบไปโฉบมาเพื่อบอกให้พวกปากสว่างรู้ว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังสงสัยนั่นคือเรื่องจริง! เธอตั้งท้องและปล่อยให้ชื่อ ‘พ่อของลูก’ เป็นปริศนาธรรมต่อไป

“สี่เดือนแล้วค่ะ เป็นเด็กผู้ชาย”

“ยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยค่าาา”

ในช่วงแรกที่เธอตั้งท้องลูกของกุณณกันต์แม้จะเกิดจากความไม่ตั้งใจของเราทั้งคู่ก็ตาม แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่เติบโตอยู่ในหน้าท้องยื่นนูนของเธอนี้ มันทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่โฟกัสแค่เพียงการเจริญเติบโตในแต่ละวันเท่านั้น

“วันนี้เดินสามแผนกไม่เหนื่อยเลยหรือไง” ร่างอวบอิ่มเดินถือแฟ้มเข้ามาในห้องทำงาน คนที่รออยู่ก็เอ่ยถามทันที

“ไม่ค่ะ ในเมื่อเขาอยากเห็น ริษาก็ไปเดินเล่นแถวนั้นให้เห็นไงคะจะได้เลิกพูดกันเรื่องไม่จริงว่าริษาไม่ท้อง”

“เขาอยากรู้ว่าพ่อของลูกเป็นใคร ไม่ได้อยากรู้ว่าริษาท้องไหม?” อริษายักไหล่ เรื่องท้องปิดไม่มิดอยู่แล้วเพราะเดือนนี้ลูกชายคนดีของเธอแสดงตัวจนน่าตกใจ

“เซ็นเถอะค่ะคุณกันต์ ริษาต้องไปพิมพ์งานต่อนะคะ” เลขารู้ใจผายมือลงในกระดาษ แต่กุณณกันต์กลับหัวเราะและรวมร่างอวบอิ่มมาฟัดเสียให้หายคิดถึง

“คุณกันต์!”

“พาแต่ลูกไปแสดงตัว เมื่อไหร่จะพาพ่อไปแสดงตัวบ้าง อยากจะไปเดินโฉบไปโฉบมาที่แผนกบัญชีข้างล่างจะแย่”

“ปล่อยเลยค่ะ ริษาไม่บอกใครหรอกว่าคุณกันต์เป็นพ่อตาหนู!”

“อ๋อใช่สิ! ขนาดท้องโตแบบนี้ไอ้พวกนั้นมันยังส่งดอกไม้มาไม่เลิกเลย เอาไงดี! ให้ผมสแกนทะเบียนสมรส CC เมลทั้งบริษัทเลยดีไหม”

“อย่านะคะ! คุณกันต์หยุดกอดริษานะ! ริษาอึดอัด!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป